Cardiac Arrest Action Plan

Cath Lab · โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา

AHA 2025
⚠️

ข้อควรจำที่สำคัญที่สุด

Doctor + Scrub Nurse ต้องคงตำแหน่งทำหัตถการต่อเนื่อง — ห้ามออกจาก sterile field โดยเด็ดขาด ทีม CPR คือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น + CCU/ICU ที่มาเสริม

เลือกตำแหน่งของคุณ
🫀
Circulate Nurse2
ผู้กด CPR
📢
Circulate Nurse1
ยา + Code Blue
Incharge
Time Keeper
📊
CVT
Rhythm + Monitor
🔒
Doctor
คงหัตถการ
🔒
Scrub Nurse
คงหัตถการ
🚪
NA / WK
Support
🏃
CCU / ICU
สลับ CPR + ICU bed
เวลาสำคัญ (Quick Reference)
≤10 วิ
ยืนยัน Cardiac Arrest
30 วิ
เริ่ม CPR + Code Blue
2 นาที
สลับผู้กด + Rhythm
3–5 นาที
Epinephrine ซ้ำ
≤10 วิ
หยุด CPR ตรวจ Rhythm
20 นาที
พิจารณายุติ CPR
เครื่องมือช่วยปฏิบัติ
CPR Timer
จับเวลา cycle + สลับ
💊
ยาฉุกเฉิน
ขนาดและเวลาให้ยา
📈
Rhythm Guide
Shockable vs Non
ROSC Checklist
ประเมิน ROSC
🔍
5H / 5T
Reversible Causes
🔀
Flowchart
แผนผังภาพรวม

Circulate Nurse1

พยาบาลวิชาชีพ — หน้าที่: ประกาศ Code Blue · ดูแลยา IV · BVM Ventilation

0

ระยะที่ 0 — ตรวจพบ + Code Blue

0–30 วินาที
  • 1
    ตะโกน "Code Blue! ต้องการ CPR ห้อง Cath Lab!" ให้ดังพอที่ CCU ได้ยิน
  • 2
    โทร CCU (หน่วยติดกัน) ทันที — แจ้งขอพยาบาลเสริม
  • 3
    โทร ICU1 (ชั้นเดียวกัน) — ขอพยาบาลเสริมและเตรียม ICU bed
  • 4
    แจ้ง Incharge ทราบสถานการณ์
1

ระยะที่ 1 — ช่วย BVM Ventilation

30 วิ – 2 นาที
  • 1
    จัด Airway ผู้ป่วย — ใช้ BVM (Bag-Valve-Mask) Ventilation
  • 2
    หลัง Circulate Nurse2 กด 30 ครั้ง → Ventilate 2 ครั้ง (ร่วมกับ Incharge)
  • 3
    ยืนยัน IV Line ใช้งานได้ — เตรียมยาฉุกเฉิน
2

ระยะที่ 2 — ให้ยาฉุกเฉิน

2–5 นาที
Epinephrine
1 mg IV/IO
ทุก 3–5 นาที
Non-shockable: ให้ทันที
Epinephrine
1 mg IV/IO
ทุก 3–5 นาที
Shockable: ให้หลัง Shock ครั้งที่ 1
Amiodarone
300 mg IV
หลัง Shock ครั้งที่ 3
Refractory VF/pVT เท่านั้น
บันทึกยาทุกชนิด — ชื่อยา ขนาด เวลาให้ ส่งให้ Incharge บันทึกทุกรายการ
3–4

Post-ROSC — สรุปเวชระเบียน CPR

หลัง ROSC ทันที
  • 1
    บันทึก เวลาเริ่ม CPR และ เวลา ROSC
  • 2
    บันทึกจำนวน Shock และ Energy ที่ใช้
  • 3
    บันทึกยาทุกชนิด ปริมาณ เวลาให้
  • 4
    บันทึก Rhythm ตลอดกระบวนการ
  • 5
    บันทึกรายชื่อผู้ปฏิบัติแต่ละหน้าที่

Circulate Nurse2

พยาบาลวิชาชีพ — หน้าที่: ผู้กด CPR คนแรก · ยืนยัน Cardiac Arrest

0

ระยะที่ 0 — ยืนยันและเริ่ม CPR

0–10 วินาที
  • 1
    ยืนยัน Cardiac Arrest ภายใน 10 วินาที — ตรวจชีพจร Carotid, ดูการหายใจ
  • 2
    เริ่ม Chest Compression ทันที — ไม่รอ
ตำแหน่งและเทคนิคการกด (AHA 2025):
• ตำแหน่ง: กึ่งกลางกระดูกหน้าอก ครึ่งล่าง
• ความลึก: 5–6 ซม.
• อัตรา: 100–120 ครั้ง/นาที
• ปล่อยทรวงอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง
• ไม่พักหน้าอกระหว่าง compression
1

ระยะที่ 1 — CPR Cycle ต่อเนื่อง

30 วิ – 2 นาที
  • 1
    กด 30 ครั้ง → Circulate Nurse1 + Incharge Ventilate 2 ครั้ง
  • 2
    วนซ้ำ 30:2 ต่อเนื่อง 2 นาที
  • 3
    เมื่อครบ 2 นาที: หยุดเมื่อ Incharge สั่ง เพื่อ Rhythm check (≤10 วิ)
  • 4
    เมื่อ CCU/ICU มาถึง: สลับผู้กดทันที — ไม่ต้องกดต่อเนื่องคนเดียว
กดปุ่ม CPR Timer เพื่อจับเวลา cycle อัตโนมัติ

Incharge

พยาบาลวิชาชีพ (หัวหน้าเวร) — หน้าที่: Time Keeper · บริหารจัดการ · ประสานงาน

0

ระยะที่ 0 — เข้าห้อง + จัดการทันที

0–30 วินาที
  • 1
    รับทราบ Code Blue — เข้าห้องทันที
  • 2
    ยืนยันว่า Circulate Nurse1 โทรแจ้ง CCU + ICU แล้ว (ถ้ายังไม่ได้โทร — โทรเอง)
  • 3
    ประสาน แพทย์ผู้บังคับบัญชา / แพทย์ on-call
  • 4
    ดูแลการบริหาร Emergency Cart / ยา / อุปกรณ์ฉุกเฉิน
1

ระยะที่ 1 — Time Keeper (สำคัญที่สุด)

ตลอดกระบวนการ
  • 1
    จับเวลา CPR cycle ทุก 2 นาที — ประกาศดัง "สลับ!"
  • 2
    บันทึกเวลาทุกเหตุการณ์: เริ่ม CPR, Shock แต่ละครั้ง, ยาทุกชนิด, ROSC
  • 3
    ช่วย BVM Ventilation เป็นคนที่ 2 (ร่วมกับ Circulate Nurse1)
  • 4
    รายงานสถานการณ์ให้แพทย์ทราบทุก cycle
ใช้ CPR Timer ในแอปนี้เพื่อนับเวลาอัตโนมัติ — กดที่เมนู ⏱ CPR Timer
P

Post-ROSC — ประสาน + ส่งต่อ

หลัง ROSC
  • 1
    ประสาน ICU1 เตรียมรับผู้ป่วย Admit (เตียง + Ventilator + Vasopressor)
  • 2
    ประสาน ญาติผู้ป่วย — แจ้งสถานการณ์
  • 3
    ดำเนินการส่งต่อ documentation ครบถ้วน
  • 4
    นำทีม Debriefing หลังเหตุการณ์ สรุปบทเรียน

CVT — นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก

หน้าที่: Defibrillator · Rhythm Analysis · Hemodynamic Monitor · ETCO2

0

ระยะที่ 0 — เตรียม Defibrillator

0–30 วินาที
  • 1
    เปิด Defibrillator/AED ทันที — ตรวจสอบว่าพร้อม Shock
  • 2
    ติด Electrode pad หากยังไม่ได้ติด
  • 3
    Monitor ECG Rhythm บน screen — รายงานให้ทีมทราบ
  • 4
    Monitor Hemodynamic + ETCO2 อย่างต่อเนื่อง
  • 5
    เริ่มบันทึกเหตุการณ์: เวลา, Rhythm, Intervention
1

ระยะที่ 1 — Rhythm Analysis + Shock

ทุก 2 นาที
  • 1
    เมื่อครบ 2 นาที: แจ้งทีม "หยุด CPR วิเคราะห์ Rhythm" (หยุด ≤10 วินาที)
  • 2
    อ่าน Rhythm บน ECG รายงานให้แพทย์ทันที
  • 3
    Shockable (VF/pVT): ชาร์จ Defib → ประกาศ "ทุกคนถอย!" → Shock → CPR ทันที
  • 4
    Non-shockable: แจ้งแพทย์ → CPR ต่อเนื่อง
Defibrillation Settings: 200 J Biphasic (หรือตามเครื่อง)
ต้องกลับมา CPR ทันทีหลัง Shock — ไม่หยุดรอดู Rhythm
P

Post-ROSC — Monitor ต่อเนื่อง

หลัง ROSC
  • 1
    Monitor Hemodynamic รายงานทุก 5 นาที
  • 2
    เป้าหมาย: SpO2 94–98% · MAP ≥65 mmHg · ETCO2 ≥40 mmHg
  • 3
    บันทึก Hemodynamic ต่อเนื่องจนถึง ICU

Scrub Nurse

พยาบาลวิชาชีพ — คงตำแหน่งใน Sterile Field ตลอดเวลา

⚠ ห้ามออกจาก Sterile Field
🔒

ข้อปฏิบัติสำคัญที่สุด

Scrub Nurse ต้องอยู่ใน sterile field ตลอดเวลา เพื่อสนับสนุนแพทย์ในการปิดหัตถการอย่างปลอดภัย การออกจาก sterile field อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ป่วย

ทุก

หน้าที่ตลอดกระบวนการ

ตั้งแต่เริ่มจนปิดหัตถการ
  • 1
    คงตำแหน่งใน sterile field — ห้ามออกเด็ดขาด
  • 2
    ส่งอุปกรณ์ตามแพทย์สั่ง เพื่อปิดหัตถการให้ปลอดภัย
  • 3
    แจ้งแพทย์ทราบสถานะอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน
  • 4
    หากหัตถการปิดได้แล้ว — แจ้งแพทย์ เพื่อพิจารณาออกมาช่วย CPR

Doctor — แพทย์ผู้ทำหัตถการ

ควบคุมหัตถการ · สั่งการทีม CPR · Advanced Airway · Post-ROSC

⚠ คงตำแหน่งหัตถการ จนกว่าจะปลอดภัย
0

ระยะที่ 0 — สั่งการทีม

ทันทีที่เกิดเหตุ
  • 1
    คงตำแหน่งหัตถการ — ประเมินว่าจะหยุด / ปิด / คงหัตถการตามความปลอดภัยของผู้ป่วย
  • 2
    สั่งการทีม CPR — กำหนดบทบาทหากยังไม่ชัดเจน
  • 3
    วินิจฉัยสาเหตุ Cardiac Arrest เบื้องต้น — นึกถึง 5H/5T
  • 4
    สั่ง Rhythm analysis และ Defibrillation ตามความเหมาะสม
2

ระยะที่ 2 — Advanced Airway (เมื่อหัตถการปิดได้)

2–5 นาที
  • 1
    Endotracheal Intubation หรือ Supraglottic Airway Device
  • 2
    ยืนยัน ET Tube ด้วย Waveform Capnography + Chest X-ray
  • 3
    หลัง Intubate: กด CPR 100–120/นาที ต่อเนื่อง + Ventilate 10 ครั้ง/นาที (Asynchronous)
  • 4
    AHA 2025: พิจารณา Mechanical CPR Device (LUCAS/AutoPulse) หากพร้อม เพื่อทำ PCI ต่อได้
P

Post-ROSC — การดูแลหลัง ROSC

ทำทันที
  • 1
    ยืนยัน ROSC ชัดเจน → ติด 12-lead ECG ประเมิน ST/STEMI ซ้ำ
  • 2
    พิจารณาทำ PCI ต่อทันที หากมี Culprit Lesion
  • 3
    สั่ง Targeted Temperature Management (32–36°C) หาก Comatose
  • 4
    สั่ง Labs: ABG, Electrolytes, CBC, Troponin, Lactate
  • 5
    หลัง 20 นาทีไม่มี ROSC และไม่มี Reversible cause: พิจารณายุติ CPR

NA / WK — พนักงานผู้ช่วยเหลือ / บริการทั่วไป

หน้าที่: สนับสนุนทีม · เปิดประตูรับ CCU/ICU · Emergency Cart

ทุก

หน้าที่ตลอดกระบวนการ

ตั้งแต่รับสัญญาณ Code Blue
  • NA
    เปิดประตูรับทีม CCU/ICU — ยืนรอที่ประตูหรือทางเข้า
  • NA
    เคลียร์พื้นที่รอบเตียง — เอาของออกให้มีพื้นที่ทำ CPR
  • WK
    นำ Emergency Cart เข้าห้อง — วางในตำแหน่งที่เข้าถึงได้
  • WK
    รับส่งยาและอุปกรณ์ตาม Circulate Nurse สั่ง
  • ห้ามเข้าไปในพื้นที่ CPR โดยไม่ได้รับมอบหมาย
หลัง ROSC: เตรียม Transport Stretcher · ทำความสะอาดห้อง · คืน Emergency Cart ให้พร้อมใช้งาน

CCU / ICU — เจ้าหน้าที่เสริม

CCU: หน่วยติดกัน · ICU1: ชั้นเดียวกัน — มาเสริมสลับ CPR ทันทีเมื่อได้รับแจ้ง

CCU

CCU — หน่วยติดกัน

มาถึงภายใน 1–2 นาที
  • 1
    มาถึง Cath Lab ทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์ — ส่ง RN 1–2 คน
  • 2
    สลับกด CPR ทันที — เข้าแทนที่ผู้กดทุก 2 นาที
  • 3
    ช่วย BVM / Airway management
  • 4
    เตรียม เตียง CCU รับ post-ROSC หากจำเป็น
ICU

ICU1 — ชั้นเดียวกัน

มาถึงภายใน 2–3 นาที
  • 1
    ส่งพยาบาล 1 คน มาร่วมทีม CPR หากต้องการ
  • 2
    เตรียม Ventilator, Vasopressor infusion สำหรับ post-ROSC
  • 3
    เตรียม ICU bed รับผู้ป่วยหลัง ROSC ทันที
  • 4
    รับ-ส่งผู้ป่วยจาก Cath Lab ไป ICU อย่างปลอดภัย

CPR Cycle Timer

00:00
Cycle: 0 | รวมเวลา CPR: 00:00
⚡ สลับผู้กด CPR!
บันทึกเหตุการณ์

— เริ่มต้น CPR Timer เพื่อบันทึก —

เมื่อ Incharge กด "สลับ" จะมีเสียงแจ้งเตือนและแถบสีแดง ทุก 2 นาที
ยาฉุกเฉิน (AHA 2025)
Epinephrine
1 mg
IV / IO · ทุก 3–5 นาที
ยาหลัก — ทุก Rhythm
Non-shockable: เริ่มทันที
Shockable: หลัง Shock ครั้งที่ 1
Amiodarone
300 mg
IV bolus
Refractory VF / pVT
ให้หลัง Shock ครั้งที่ 3
ซ้ำได้ 150 mg หากจำเป็น
Lidocaine
1–1.5 mg/kg
IV · ทางเลือกแทน Amiodarone
ใช้เมื่อไม่มี Amiodarone
Atropine
ไม่แนะนำ
AHA 2025: ไม่ระบุใน CPR algorithm
ยกเว้นกรณีพิเศษ
ยาทุกชนิดต้องบันทึก: ชื่อยา · ขนาด · เวลาให้ · ผู้ให้ยา ส่ง Incharge ทันที
Rhythm Analysis — CVT
หยุด CPR ไม่เกิน 10 วินาที เพื่อวิเคราะห์ Rhythm — กลับมา CPR ทันทีหลังประเมิน
⚡ SHOCKABLE
VF (Ventricular Fibrillation) · Pulseless VT
  • ชาร์จ Defibrillator 200 J Biphasic
  • ประกาศ "ทุกคนถอย!" — ตรวจทุกคนถอยแล้ว
  • SHOCK
  • กลับ CPR ทันทีหลัง Shock — ไม่รอ
  • Epinephrine 1 mg IV หลัง Shock ครั้งที่ 1
  • Shock ครั้งที่ 3: Amiodarone 300 mg IV
🔵 NON-SHOCKABLE
Asystole · PEA (Pulseless Electrical Activity)
  • CPR ต่อเนื่องทันที
  • Epinephrine 1 mg IV ทันที
  • ให้ซ้ำทุก 3–5 นาที
  • หาสาเหตุ 5H / 5T แก้ไข
  • ไม่มี Shock สำหรับ Asystole/PEA
ROSC Checklist — คลิกเพื่อทำเครื่องหมาย
ตรวจสอบสัญญาณ ROSC ทุก 2 นาที เมื่อครบทุกรายการ — ยืนยัน ROSC กับแพทย์ทันที
เป้าหมาย Post-ROSC
94–98%
SpO2
≥65
MAP (mmHg)
≥40
ETCO2 (mmHg)
32–36°C
TTM (Comatose)
Reversible Causes — 5H / 5T
บริบท Cath Lab: นึกถึง Coronary Thrombosis (5T) และ Cardiac Tamponade (5T) เป็นอันดับแรก เนื่องจากอยู่ระหว่างทำหัตถการหัวใจ
5H
Hypovolemiaภาวะเลือดน้อย / ขาดสารน้ำ
Hypoxiaขาดออกซิเจน — ตรวจ Airway
Hydrogen Ion (Acidosis)ภาวะกรด — ดู ABG
Hypo/Hyperkalemiaอิเล็กโทรไลต์ผิดปกติ
Hypothermiaอุณหภูมิต่ำ
5T
Tension Pneumothoraxลมในช่องเยื่อหุ้มปอด
Tamponade (Cardiac)⭐ บ่อยใน Cath Lab
Toxinsยาพิษ / สารพิษ / Contrast
Thrombosis — PulmonaryPE
Thrombosis — Coronary⭐ ACS — บ่อยที่สุดใน Cath Lab
มาตรฐาน AHA CPR & ECC Guidelines 2025
หัวข้อมาตรฐาน / ค่าอ้างอิง
อัตราการกด100–120 ครั้ง/นาที
ความลึก5–6 ซม. (อย่างน้อย 5 ซม. ไม่เกิน 6 ซม.)
การคืนตัวทรวงอกอนุญาตให้คืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง — ไม่พิง
อัตราส่วน (ก่อน Intubate)30 : 2
หลัง Advanced Airwayกด 100–120/นาที + Ventilate 10/นาที (asynch)
หยุดกด (Rhythm check)ไม่เกิน 10 วินาที
สลับผู้กดทุก 2 นาที
Defibrillation200 J Biphasic — CPR ทันทีหลัง Shock
Epinephrine1 mg IV ทุก 3–5 นาที
Amiodarone (VF/pVT)300 mg IV หลัง Shock ครั้งที่ 3
ETCO2 ขณะ CPRเป้าหมาย ≥10 mmHg
Mechanical CPR (2025)พิจารณา LUCAS/AutoPulse ใน Cath Lab เพื่อทำ PCI ต่อ
Post-ROSC SpO294–98% (หลีกเลี่ยง Hyperoxia)
Post-ROSC MAP65 mmHg
Targeted Temp. Mgmt.32–36°C นาน 24 ชม. สำหรับ Comatose หลัง ROSC
พิจารณายุติ CPRหลัง 20 นาที ไม่มี ROSC และไม่มี Reversible cause
Flowchart — Cardiac Arrest Action Plan
Cardiac Arrest Action Plan — Cath Lab รพ.พระนครศรีอยุธยา AHA CPR & ECC Guidelines 2025 | Doctor+Scrub Nurse = คงหัตถการ | ทีมอื่น = CPR ผู้ป่วยหมดสติระหว่างทำหัตถการ Cardiac Arrest suspected ระยะที่ 0 — ตรวจพบ + ประกาศ Code Blue (0–30 วินาที) Circulate Nurse2 • ยืนยัน Cardiac Arrest (≤10 วินาที) • เริ่ม Chest Compression ทันที • 100–120/นาที ลึก 5–6 ซม. • ทรวงอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง Circulate Nurse1 • ตะโกน "Code Blue! ห้อง Cath Lab!" • โทร CCU (ติดกัน) ทันที • โทร ICU1 (ชั้นเดียวกัน) • แจ้ง Incharge CVT • เปิด Defibrillator/AED พร้อม Shock • ติด Electrode pad • อ่าน ECG Rhythm รายงานทีม • Monitor Hemodynamic + ETCO2 Incharge • รับทราบ — เข้าห้องทันที • บริหาร Emergency Cart / ยา / อุปกรณ์ • ประสานแพทย์ผู้บังคับบัญชา Doctor + Scrub Nurse • ห้ามออกจาก sterile field • Doctor สั่งการ CPR + วินิจฉัยสาเหตุ NA / WK NA: เปิดประตูรับ CCU/ICU เคลียร์พื้นที่ WK: นำ Emergency Cart เข้าห้อง ระยะที่ 1 — CPR Cycle แรก (30 วิ – 2 นาที) Circulate Nurse2 — Chest Compression • กด 30 ครั้ง → BVM Ventilation 2 ครั้ง (Circ.N1 + Incharge) → วนซ้ำ อัตราส่วน 30 : 2 | ทุก 2 นาที: สลับผู้กด (Incharge จับเวลา) • เมื่อ CCU/ICU มาถึง: รับสลับกด CPR ทันที ทุก 2 นาที Incharge — Time Keeper • จับเวลา ประกาศ "สลับ" ทุก 2 นาที • บันทึก: CPR, Rhythm, Shock, ยา • ช่วย BVM เป็นคนที่ 2 CVT: วิเคราะห์ Rhythm หยุด CPR ≤ 10 วินาที (Doctor สั่ง) Shockable (VF / pVT) CVT + Doctor • ชาร์จ Defib 200 J Biphasic • ประกาศ "ทุกคนถอย!" SHOCK • CPR ทันทีหลัง Shock • Epi 1 mg IV หลัง Shock ครั้งที่ 1 Non-shockable (Asystole / PEA) Circulate Nurse1 • CPR ต่อเนื่อง • Epinephrine 1 mg IV ทันที • ทุก 3–5 นาที • หาสาเหตุ 5H / 5T • แก้ไข Reversible cause ทุก 2 นาที ระยะที่ 2 — ยา + Advanced Airway (2–5 นาที) Circulate Nurse1 — ยา • Epinephrine 1 mg IV ทุก 3–5 นาที Shockable: ให้หลัง Shock ครั้งที่ 1 Non-shockable: ให้ทันที • Shock ครั้งที่ 3: Amiodarone 300 mg IV Doctor — Advanced Airway • Endotracheal Intubation / Supraglottic Airway • ยืนยัน ET tube: Waveform Capnography • หลัง Intubate: กด 100–120/นาที + Ventilate 10/นาที • 2025: พิจารณา Mechanical CPR (LUCAS/AutoPulse) ระยะที่ 3 — Re-check Rhythm + ประเมิน ROSC (ทุก 2 นาที) CVT + Doctor: ROSC? ชีพจร · ETCO2 ≥40 · BP กลับ · ขยับ/หายใจเอง ไม่มี ROSC CPR Cycle ต่อเนื่อง ≥ 20 นาที ไม่มี ROSC Doctor: พิจารณายุติ CPR ROSC! ระยะที่ 4 — Post-ROSC Care (ทำทันที) Doctor • ยืนยัน ROSC → 12-lead ECG → PCI ต่อทันที • SpO2 94–98% | MAP ≥65 mmHg • TTM 32–36°C (Comatose) | Labs: ABG, Electrolytes CVT: Monitor Hemodynamic รายงานทุก 5 นาที Incharge + Circulate Nurse1 Incharge: ประสาน ICU1 เตรียม Bed + Ventilator Incharge: แจ้งญาติ + ประสานส่งต่อเอกสาร Circ.N1: สรุปเวชระเบียน CPR ครบถ้วน NA/WK: เตรียม Transport + ทำความสะอาดห้อง ย้ายผู้ป่วยไป ICU1 / CCU NA/WK: จัด Transport + คืน Emergency Cart Incharge: Debriefing ทีมทุกคน ทบทวนเหตุการณ์ · รายงานคุณภาพ · จัดอุปกรณ์ฉุกเฉินใหม่ ■ Doctor/Scrub = คงหัตถการ ■ Circ.N1/N2 = CPR+ยา ■ Incharge = Time Keeper ■ CVT = Rhythm/Monitor ■ CCU/ICU = สลับ CPR หน่วยสวนหัวใจและหลอดเลือด (Cath Lab) | โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา | AHA CPR & ECC Guidelines 2025