ข้อควรจำที่สำคัญที่สุด
Doctor + Scrub Nurse ต้องคงตำแหน่งทำหัตถการต่อเนื่อง — ห้ามออกจาก sterile field โดยเด็ดขาด ทีม CPR คือเจ้าหน้าที่ตำแหน่งอื่น + CCU/ICU ที่มาเสริม
Circulate Nurse1
พยาบาลวิชาชีพ — หน้าที่: ประกาศ Code Blue · ดูแลยา IV · BVM Ventilation
ระยะที่ 0 — ตรวจพบ + Code Blue
0–30 วินาที- 1ตะโกน "Code Blue! ต้องการ CPR ห้อง Cath Lab!" ให้ดังพอที่ CCU ได้ยิน
- 2โทร CCU (หน่วยติดกัน) ทันที — แจ้งขอพยาบาลเสริม
- 3โทร ICU1 (ชั้นเดียวกัน) — ขอพยาบาลเสริมและเตรียม ICU bed
- 4แจ้ง Incharge ทราบสถานการณ์
ระยะที่ 1 — ช่วย BVM Ventilation
30 วิ – 2 นาที- 1จัด Airway ผู้ป่วย — ใช้ BVM (Bag-Valve-Mask) Ventilation
- 2หลัง Circulate Nurse2 กด 30 ครั้ง → Ventilate 2 ครั้ง (ร่วมกับ Incharge)
- 3ยืนยัน IV Line ใช้งานได้ — เตรียมยาฉุกเฉิน
ระยะที่ 2 — ให้ยาฉุกเฉิน
2–5 นาทีPost-ROSC — สรุปเวชระเบียน CPR
หลัง ROSC ทันที- 1บันทึก เวลาเริ่ม CPR และ เวลา ROSC
- 2บันทึกจำนวน Shock และ Energy ที่ใช้
- 3บันทึกยาทุกชนิด ปริมาณ เวลาให้
- 4บันทึก Rhythm ตลอดกระบวนการ
- 5บันทึกรายชื่อผู้ปฏิบัติแต่ละหน้าที่
Circulate Nurse2
พยาบาลวิชาชีพ — หน้าที่: ผู้กด CPR คนแรก · ยืนยัน Cardiac Arrest
ระยะที่ 0 — ยืนยันและเริ่ม CPR
0–10 วินาที- 1ยืนยัน Cardiac Arrest ภายใน 10 วินาที — ตรวจชีพจร Carotid, ดูการหายใจ
- 2เริ่ม Chest Compression ทันที — ไม่รอ
• ตำแหน่ง: กึ่งกลางกระดูกหน้าอก ครึ่งล่าง
• ความลึก: 5–6 ซม.
• อัตรา: 100–120 ครั้ง/นาที
• ปล่อยทรวงอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง
• ไม่พักหน้าอกระหว่าง compression
ระยะที่ 1 — CPR Cycle ต่อเนื่อง
30 วิ – 2 นาที- 1กด 30 ครั้ง → Circulate Nurse1 + Incharge Ventilate 2 ครั้ง
- 2วนซ้ำ 30:2 ต่อเนื่อง 2 นาที
- 3เมื่อครบ 2 นาที: หยุดเมื่อ Incharge สั่ง เพื่อ Rhythm check (≤10 วิ)
- 4เมื่อ CCU/ICU มาถึง: สลับผู้กดทันที — ไม่ต้องกดต่อเนื่องคนเดียว
Incharge
พยาบาลวิชาชีพ (หัวหน้าเวร) — หน้าที่: Time Keeper · บริหารจัดการ · ประสานงาน
ระยะที่ 0 — เข้าห้อง + จัดการทันที
0–30 วินาที- 1รับทราบ Code Blue — เข้าห้องทันที
- 2ยืนยันว่า Circulate Nurse1 โทรแจ้ง CCU + ICU แล้ว (ถ้ายังไม่ได้โทร — โทรเอง)
- 3ประสาน แพทย์ผู้บังคับบัญชา / แพทย์ on-call
- 4ดูแลการบริหาร Emergency Cart / ยา / อุปกรณ์ฉุกเฉิน
ระยะที่ 1 — Time Keeper (สำคัญที่สุด)
ตลอดกระบวนการ- 1จับเวลา CPR cycle ทุก 2 นาที — ประกาศดัง "สลับ!"
- 2บันทึกเวลาทุกเหตุการณ์: เริ่ม CPR, Shock แต่ละครั้ง, ยาทุกชนิด, ROSC
- 3ช่วย BVM Ventilation เป็นคนที่ 2 (ร่วมกับ Circulate Nurse1)
- 4รายงานสถานการณ์ให้แพทย์ทราบทุก cycle
Post-ROSC — ประสาน + ส่งต่อ
หลัง ROSC- 1ประสาน ICU1 เตรียมรับผู้ป่วย Admit (เตียง + Ventilator + Vasopressor)
- 2ประสาน ญาติผู้ป่วย — แจ้งสถานการณ์
- 3ดำเนินการส่งต่อ documentation ครบถ้วน
- 4นำทีม Debriefing หลังเหตุการณ์ สรุปบทเรียน
CVT — นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก
หน้าที่: Defibrillator · Rhythm Analysis · Hemodynamic Monitor · ETCO2
ระยะที่ 0 — เตรียม Defibrillator
0–30 วินาที- 1เปิด Defibrillator/AED ทันที — ตรวจสอบว่าพร้อม Shock
- 2ติด Electrode pad หากยังไม่ได้ติด
- 3Monitor ECG Rhythm บน screen — รายงานให้ทีมทราบ
- 4Monitor Hemodynamic + ETCO2 อย่างต่อเนื่อง
- 5เริ่มบันทึกเหตุการณ์: เวลา, Rhythm, Intervention
ระยะที่ 1 — Rhythm Analysis + Shock
ทุก 2 นาที- 1เมื่อครบ 2 นาที: แจ้งทีม "หยุด CPR วิเคราะห์ Rhythm" (หยุด ≤10 วินาที)
- 2อ่าน Rhythm บน ECG รายงานให้แพทย์ทันที
- 3Shockable (VF/pVT): ชาร์จ Defib → ประกาศ "ทุกคนถอย!" → Shock → CPR ทันที
- 4Non-shockable: แจ้งแพทย์ → CPR ต่อเนื่อง
ต้องกลับมา CPR ทันทีหลัง Shock — ไม่หยุดรอดู Rhythm
Post-ROSC — Monitor ต่อเนื่อง
หลัง ROSC- 1Monitor Hemodynamic รายงานทุก 5 นาที
- 2เป้าหมาย: SpO2 94–98% · MAP ≥65 mmHg · ETCO2 ≥40 mmHg
- 3บันทึก Hemodynamic ต่อเนื่องจนถึง ICU
Scrub Nurse
พยาบาลวิชาชีพ — คงตำแหน่งใน Sterile Field ตลอดเวลา
⚠ ห้ามออกจาก Sterile Fieldข้อปฏิบัติสำคัญที่สุด
Scrub Nurse ต้องอยู่ใน sterile field ตลอดเวลา เพื่อสนับสนุนแพทย์ในการปิดหัตถการอย่างปลอดภัย การออกจาก sterile field อาจก่อให้เกิดการปนเปื้อน และเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ป่วย
หน้าที่ตลอดกระบวนการ
ตั้งแต่เริ่มจนปิดหัตถการ- 1คงตำแหน่งใน sterile field — ห้ามออกเด็ดขาด
- 2ส่งอุปกรณ์ตามแพทย์สั่ง เพื่อปิดหัตถการให้ปลอดภัย
- 3แจ้งแพทย์ทราบสถานะอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งาน
- 4หากหัตถการปิดได้แล้ว — แจ้งแพทย์ เพื่อพิจารณาออกมาช่วย CPR
Doctor — แพทย์ผู้ทำหัตถการ
ควบคุมหัตถการ · สั่งการทีม CPR · Advanced Airway · Post-ROSC
⚠ คงตำแหน่งหัตถการ จนกว่าจะปลอดภัยระยะที่ 0 — สั่งการทีม
ทันทีที่เกิดเหตุ- 1คงตำแหน่งหัตถการ — ประเมินว่าจะหยุด / ปิด / คงหัตถการตามความปลอดภัยของผู้ป่วย
- 2สั่งการทีม CPR — กำหนดบทบาทหากยังไม่ชัดเจน
- 3วินิจฉัยสาเหตุ Cardiac Arrest เบื้องต้น — นึกถึง 5H/5T
- 4สั่ง Rhythm analysis และ Defibrillation ตามความเหมาะสม
ระยะที่ 2 — Advanced Airway (เมื่อหัตถการปิดได้)
2–5 นาที- 1Endotracheal Intubation หรือ Supraglottic Airway Device
- 2ยืนยัน ET Tube ด้วย Waveform Capnography + Chest X-ray
- 3หลัง Intubate: กด CPR 100–120/นาที ต่อเนื่อง + Ventilate 10 ครั้ง/นาที (Asynchronous)
- 4AHA 2025: พิจารณา Mechanical CPR Device (LUCAS/AutoPulse) หากพร้อม เพื่อทำ PCI ต่อได้
Post-ROSC — การดูแลหลัง ROSC
ทำทันที- 1ยืนยัน ROSC ชัดเจน → ติด 12-lead ECG ประเมิน ST/STEMI ซ้ำ
- 2พิจารณาทำ PCI ต่อทันที หากมี Culprit Lesion
- 3สั่ง Targeted Temperature Management (32–36°C) หาก Comatose
- 4สั่ง Labs: ABG, Electrolytes, CBC, Troponin, Lactate
- 5หลัง 20 นาทีไม่มี ROSC และไม่มี Reversible cause: พิจารณายุติ CPR
NA / WK — พนักงานผู้ช่วยเหลือ / บริการทั่วไป
หน้าที่: สนับสนุนทีม · เปิดประตูรับ CCU/ICU · Emergency Cart
หน้าที่ตลอดกระบวนการ
ตั้งแต่รับสัญญาณ Code Blue- NAเปิดประตูรับทีม CCU/ICU — ยืนรอที่ประตูหรือทางเข้า
- NAเคลียร์พื้นที่รอบเตียง — เอาของออกให้มีพื้นที่ทำ CPR
- WKนำ Emergency Cart เข้าห้อง — วางในตำแหน่งที่เข้าถึงได้
- WKรับส่งยาและอุปกรณ์ตาม Circulate Nurse สั่ง
- ⚠ห้ามเข้าไปในพื้นที่ CPR โดยไม่ได้รับมอบหมาย
CCU / ICU — เจ้าหน้าที่เสริม
CCU: หน่วยติดกัน · ICU1: ชั้นเดียวกัน — มาเสริมสลับ CPR ทันทีเมื่อได้รับแจ้ง
CCU — หน่วยติดกัน
มาถึงภายใน 1–2 นาที- 1มาถึง Cath Lab ทันทีเมื่อได้รับโทรศัพท์ — ส่ง RN 1–2 คน
- 2สลับกด CPR ทันที — เข้าแทนที่ผู้กดทุก 2 นาที
- 3ช่วย BVM / Airway management
- 4เตรียม เตียง CCU รับ post-ROSC หากจำเป็น
ICU1 — ชั้นเดียวกัน
มาถึงภายใน 2–3 นาที- 1ส่งพยาบาล 1 คน มาร่วมทีม CPR หากต้องการ
- 2เตรียม Ventilator, Vasopressor infusion สำหรับ post-ROSC
- 3เตรียม ICU bed รับผู้ป่วยหลัง ROSC ทันที
- 4รับ-ส่งผู้ป่วยจาก Cath Lab ไป ICU อย่างปลอดภัย
— เริ่มต้น CPR Timer เพื่อบันทึก —
Shockable: หลัง Shock ครั้งที่ 1
ซ้ำได้ 150 mg หากจำเป็น
- ชาร์จ Defibrillator 200 J Biphasic
- ประกาศ "ทุกคนถอย!" — ตรวจทุกคนถอยแล้ว
- SHOCK
- กลับ CPR ทันทีหลัง Shock — ไม่รอ
- Epinephrine 1 mg IV หลัง Shock ครั้งที่ 1
- Shock ครั้งที่ 3: Amiodarone 300 mg IV
- CPR ต่อเนื่องทันที
- Epinephrine 1 mg IV ทันที
- ให้ซ้ำทุก 3–5 นาที
- หาสาเหตุ 5H / 5T แก้ไข
- ไม่มี Shock สำหรับ Asystole/PEA
- ✓ชีพจรกลับมา — Femoral / Radial / Carotid ชัดเจน
- ✓Blood Pressure วัดได้ — Arterial line ขยับเอง
- ✓ETCO2 เพิ่มกะทันหัน — ≥40 mmHg (เป้าหมาย post-ROSC)
- ✓ผู้ป่วยขยับ / หายใจเอง
- ✓Cardiac output กลับมา — บน Hemodynamic monitor (CVT)
| หัวข้อ | มาตรฐาน / ค่าอ้างอิง |
|---|---|
| อัตราการกด | 100–120 ครั้ง/นาที |
| ความลึก | 5–6 ซม. (อย่างน้อย 5 ซม. ไม่เกิน 6 ซม.) |
| การคืนตัวทรวงอก | อนุญาตให้คืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง — ไม่พิง |
| อัตราส่วน (ก่อน Intubate) | 30 : 2 |
| หลัง Advanced Airway | กด 100–120/นาที + Ventilate 10/นาที (asynch) |
| หยุดกด (Rhythm check) | ไม่เกิน 10 วินาที |
| สลับผู้กด | ทุก 2 นาที |
| Defibrillation | 200 J Biphasic — CPR ทันทีหลัง Shock |
| Epinephrine | 1 mg IV ทุก 3–5 นาที |
| Amiodarone (VF/pVT) | 300 mg IV หลัง Shock ครั้งที่ 3 |
| ETCO2 ขณะ CPR | เป้าหมาย ≥10 mmHg |
| Mechanical CPR (2025) | พิจารณา LUCAS/AutoPulse ใน Cath Lab เพื่อทำ PCI ต่อ |
| Post-ROSC SpO2 | 94–98% (หลีกเลี่ยง Hyperoxia) |
| Post-ROSC MAP | ≥ 65 mmHg |
| Targeted Temp. Mgmt. | 32–36°C นาน 24 ชม. สำหรับ Comatose หลัง ROSC |
| พิจารณายุติ CPR | หลัง 20 นาที ไม่มี ROSC และไม่มี Reversible cause |