บทที่ 01 · Introduction

🌱 รู้จัก AI เบื้องต้น

ก่อนที่เราจะใช้ AI ช่วยทำวิจัย มาทำความเข้าใจก่อนว่า AI คืออะไร ทำงานอย่างไร
และจะช่วยงานวิจัยทางการพยาบาลของเราได้อย่างไรบ้าง

🤖 AI คืออะไร?

AI (Artificial Intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ "เรียนรู้" จากข้อมูลมหาศาล แล้วนำมาตอบคำถาม สร้างข้อความ วิเคราะห์ข้อมูล ช่วยงานต่างๆ ได้ เหมือนมี "ผู้ช่วยวิจัย" ที่อ่านหนังสือมาหลายล้านเล่ม

💡 เปรียบเทียบง่ายๆ
AI เหมือน "ผู้ช่วยวิจัยที่อ่านหนังสือมาเป็นล้านเล่ม" — ถามอะไรก็ตอบได้ ช่วยสรุปเอกสารยาวๆ ร่างงานเขียน และแนะนำสถิติได้ แต่บางทีก็อาจจำผิดหรือแต่งเรื่องขึ้นมา ดังนั้น เราต้องตรวจสอบคำตอบเสมอ

📋 AI ทำอะไรได้บ้าง vs ทำอะไรไม่ได้?

✅ AI ทำได้❌ AI ทำไม่ได้
สืบค้นและสรุปงานวิจัยเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยจริง
ร่างบทความ/รายงานตัดสินใจทางจริยธรรมแทนนักวิจัย
แนะนำสถิติที่เหมาะสมรับรองว่าข้อมูลทุกอย่างถูกต้อง 100%
ช่วยแปลและปรับภาษาวิชาการแทนที่กระบวนการวิจัยทั้งหมด
สร้างกราฟและตารางเข้าใจบริบทเฉพาะของหน่วยงานคุณ

🏥 AI ช่วยงานวิจัยทางการพยาบาลได้อย่างไร?

📖 1. สืบค้นวรรณกรรม (Literature Review)

ค้นหา สรุป วิเคราะห์งานวิจัยจากหลายแหล่ง แทนที่จะต้องนั่งอ่าน paper ทีละฉบับเป็นสัปดาห์ AI ช่วยค้นหาและสังเคราะห์ให้ภายในไม่กี่นาที

✍️ 2. ช่วยเขียนงาน (Research Writing)

ร่าง Introduction, Methodology, Discussion ปรับภาษาให้เป็นวิชาการ แนะนำโครงสร้าง จัดย่อหน้าให้สอดคล้อง

📊 3. วิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)

แนะนำสถิติที่เหมาะสม เขียนคำสั่ง SPSS/R/Python วิเคราะห์ข้อมูลจาก Excel สร้างกราฟและตาราง อธิบายผลลัพธ์ให้เข้าใจ

🔧 4. สร้างเครื่องมือวิจัย

ช่วยร่างแบบสอบถาม แบบประเมิน แบบสัมภาษณ์ พร้อมอิงทฤษฎีที่เหมาะสม

🌐 AI ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

AI มีหลายค่ายให้เลือก แต่ที่นิยมใช้สำหรับงานวิจัยมากที่สุด ได้แก่:

AIบริษัทจุดเด่นราคา
💬 ChatGPTOpenAI 🇺🇸ใช้ง่าย ผู้ใช้มากที่สุดในโลกฟรี / $20/เดือน
🌐 GeminiGoogle 🇺🇸เชื่อม Google Docs/Scholarฟรี / $19.99/เดือน
◆ ClaudeAnthropic 🇺🇸เขียนงานยาวดี ปลอดภัยสูงฟรี / $20/เดือน
🔮 DeepSeekDeepSeek 🇨🇳ฟรี 100% วิเคราะห์ดีมากฟรี
🔍 PerplexityPerplexity 🇺🇸ค้นหาข้อมูลพร้อมอ้างอิงฟรี / $20/เดือน
💡 สำหรับมือใหม่: แนะนำเริ่มจาก ChatGPT หรือ Gemini เพราะใช้ง่ายที่สุด มีภาษาไทย และสมัครใช้ฟรีได้

⚠️ ข้อควรระวังในการใช้ AI ทำวิจัย

🚨 สิ่งที่ต้องจำไว้เสมอ:

1. AI อาจ "แต่งข้อมูล" ขึ้นมาเอง (Hallucination)
เช่น อ้างชื่อ paper ที่ไม่มีอยู่จริง สร้างตัวเลขสถิติปลอม → ต้องตรวจสอบทุกครั้ง

2. ห้ามใส่ข้อมูลผู้ป่วยลงใน AI สาธารณะ
ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน HN ประวัติการรักษา → ละเมิด privacy

3. ต้องเปิดเผยว่าใช้ AI
วารสารส่วนใหญ่กำหนดให้ระบุว่าใช้ AI ช่วยในส่วนใดบ้าง

4. AI เป็น "ผู้ช่วย" ไม่ใช่ "ผู้ทำแทน"
นักวิจัยยังต้องเป็นผู้คิด วิเคราะห์ ตัดสินใจ และรับผิดชอบทุกเนื้อหา
บทที่ 02 · Vocabulary

📖 คำศัพท์ AI ที่นักวิจัยควรรู้

การเข้าใจคำศัพท์พื้นฐาน จะช่วยให้คุณใช้ AI ได้อย่างมั่นใจ สื่อสารกับเครื่องมือ AI ได้ถูกต้อง
และเข้าใจเมื่ออ่านเจอคำเหล่านี้ — คลิกที่แต่ละคำเพื่อดูคำอธิบาย

💬 หมวดที่ 1: การสื่อสารกับ AI

💬
Prompt
พรอมต์ — คำสั่ง/คำถามที่พิมพ์ให้ AI
Prompt คือ ข้อความที่คุณพิมพ์ส่งให้ AI เปรียบเสมือน "โจทย์" หรือ "คำสั่งงาน" ที่คุณมอบหมายให้ผู้ช่วย

ตัวอย่าง: "ช่วยสรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันแผลกดทับ 5 เรื่อง"

ยิ่ง prompt ชัดเจน ละเอียด บอกบริบท เท่าไหร่ คำตอบก็จะ ตรงใจ มากขึ้น — เรียกเทคนิคนี้ว่า Prompt Engineering
🔄
Chat / Conversation
แชท — การสนทนาโต้ตอบกับ AI
การใช้ AI จะเป็นรูปแบบ สนทนา — คุณถาม → AI ตอบ → คุณถามต่อ/ขอแก้ไข → AI ปรับคำตอบ

เหมือนคุยกับผู้ช่วย สามารถขอให้ AI ปรับเปลี่ยน เจาะลึก หรือเริ่มใหม่ ได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจ!
🎭
Hallucination
ฮาลลูซิเนชัน — AI แต่งข้อมูลขึ้นมาเอง
Hallucination คือปรากฏการณ์ที่ AI "สร้างข้อมูลเท็จ" แต่นำเสนออย่างมั่นใจ เช่น อ้างชื่องานวิจัยที่ไม่มีอยู่จริง สร้างตัวเลขสถิติปลอม หรือบอกว่ามีงานวิจัยรองรับทั้งที่ไม่มี

⚠️ สำคัญมาก: ต้องตรวจสอบข้อมูลทุกครั้ง โดยเฉพาะ ชื่อ paper, ตัวเลข, และ citation
🔍
Deep Research
ดีปรีเสิร์ช — โหมดค้นคว้าเชิงลึก
ฟีเจอร์พิเศษที่ AI จะ ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตหลายร้อยแหล่ง อัตโนมัติ แล้วสังเคราะห์เป็นรายงานยาว 10-30 หน้า พร้อมแหล่งอ้างอิง ใช้เวลาประมาณ 5-30 นาที

มีใน ChatGPT, Gemini, Claude, DeepSeek — เหมาะมากสำหรับ Literature Review

⚙️ หมวดที่ 2: คุณสมบัติเชิงเทคนิคของ AI

🧩
Token
โทเคน — หน่วยนับข้อความของ AI
Token คือหน่วยที่ AI ใช้นับความยาวข้อความ เปรียบง่ายๆ:

• ภาษาอังกฤษ: 1 คำ ≈ 1-2 tokens
• ภาษาไทย: 1 คำ ≈ 2-4 tokens (ใช้มากกว่าเพราะอักขระซับซ้อน)
100 tokens ≈ 75 คำอังกฤษ ≈ 1 ย่อหน้าสั้นๆ

ทำไมต้องรู้: Token ส่งผลต่อ "ความยาวบทสนทนา" และ "ค่าใช้จ่าย"
📦
Context Window
หน้าต่างบริบท — ความจำระยะสั้นของ AI
Context Window คือจำนวน token สูงสุดที่ AI จำได้ในบทสนทนาเดียว เปรียบเหมือน "ขนาดโต๊ะทำงาน" — ยิ่งใหญ่ ยิ่งวางเอกสารได้เยอะ

128K tokens ≈ หนังสือ 300 หน้า (พอสำหรับ paper 10-15 เรื่อง)
1M tokens ≈ หนังสือ 2,500 หน้า
10M tokens ≈ หนังสือ 7,500 หน้า (Llama 4 Scout)

สำหรับนักวิจัย: ยิ่ง context ใหญ่ ยิ่งใส่ paper ให้ AI อ่านได้มาก ⟹ สรุปได้แม่นยำขึ้น
📤
Output Limit
ขีดจำกัดคำตอบ — ความยาวสูงสุดที่ AI ตอบได้
Output Limit คือจำนวน token สูงสุดที่ AI ตอบได้ในคราวเดียว

16K tokens ≈ 40 หน้า A4 (ChatGPT ฟรี)
64K tokens ≈ 160 หน้า (Claude, Gemini)
128K tokens ≈ 320 หน้า (GPT-5.2)

ถ้าต้องการให้ AI เขียนงานวิจัยยาวๆ ทั้งบท ให้เลือก AI ที่มี output สูง
🧠
Model
โมเดล — "สมอง" ของ AI แต่ละเวอร์ชัน
Model คือ "สมอง" AI แต่ละรุ่น เหมือนรุ่นมือถือ — รุ่นใหม่ฉลาดกว่ารุ่นเก่า

แต่ละค่ายมีหลายโมเดล เช่น:
• OpenAI → GPT-4o (เร็ว) / GPT-5.2 (ฉลาดสุด)
• Google → Gemini Flash (เร็ว) / Gemini Pro (ฉลาดสุด)
• Anthropic → Sonnet 4.5 (สมดุล) / Opus 4.6 (ฉลาดสุด)

โมเดลที่ฉลาดกว่ามักช้ากว่าและแพงกว่า — ต้องเลือกให้เหมาะกับงาน
📎
Citation
ไซเทชัน — การอ้างอิงแหล่งที่มา
Citation คือการระบุว่าข้อมูลมาจากแหล่งไหน ใครเขียน ตีพิมพ์เมื่อไหร่ ที่ไหน

• ให้เครดิตเจ้าของผลงาน
• ผู้อ่านตรวจสอบได้
• ป้องกันการลอกเลียนงาน (Plagiarism)

⚠️ ระวัง: AI อาจสร้าง citation ปลอม — ต้องตรวจสอบใน Google Scholar ทุกครั้ง!
🆓
Open Source
โอเพนซอร์ส — AI ที่เปิดให้ใช้ฟรี
Open Source คือ AI ที่เปิดเผยโค้ดให้ดาวน์โหลด ใช้ฟรี ปรับแต่งได้

ข้อดี: ฟรี + ควบคุมข้อมูลได้เอง (สำคัญสำหรับข้อมูลผู้ป่วย)
ข้อจำกัด: ต้องมีทีม IT ดูแล
ตัวอย่าง: Llama 4 (Meta), DeepSeek R1 (DeepSeek), Qwen 3 (Alibaba)

💰 หมวดที่ 3: ราคาและแผนการใช้งาน

🟢
Free Tier / Freemium
แพลนฟรี — ใช้ได้ไม่เสียเงิน แต่จำกัด
AI ส่วนใหญ่มี แพลนฟรี ให้ใช้ แต่จำกัดจำนวนข้อความต่อวัน (ประมาณ 10-30 ข้อความ) และอาจไม่ได้ใช้โมเดลที่ดีที่สุด

เหมาะกับ: ทดลองใช้ หรือใช้ช่วยงานเบาๆ ไม่กี่ครั้งต่อวัน
💳
Subscription Plan
แพลนสมาชิก — จ่ายรายเดือนเพื่อใช้เต็มที่
จ่ายรายเดือน (ส่วนใหญ่ $20/เดือน ≈ 700 บาท) จะได้:
• ใช้โมเดลที่ดีที่สุด
• ใช้ได้มากขึ้นต่อวัน
• ฟีเจอร์พิเศษ เช่น Deep Research, อัปโหลดไฟล์

คุ้มค่าถ้า: ใช้ AI ทุกวันเพื่อทำวิจัย ช่วยประหยัดเวลาได้หลายชั่วโมงต่อสัปดาห์
🔌
API
เอพีไอ — ช่องทางเชื่อมต่อสำหรับนักพัฒนา
API (Application Programming Interface) คือช่องทางที่นักพัฒนาโปรแกรมใช้เชื่อมต่อกับ AI โดยตรง จ่ายเงินตามจำนวนที่ใช้จริง (คิดเป็น token)

สำหรับนักวิจัยทั่วไป: ไม่จำเป็นต้องใช้ API — ใช้ผ่านเว็บไซต์หรือแอป ได้เลย เช่น chat.openai.com, gemini.google.com, claude.ai
บทที่ 03 · AI Selection

🧭 เลือก AI Model ที่เหมาะกับงานวิจัย

AI แต่ละค่ายมีจุดเด่นต่างกัน บทนี้จะช่วยให้คุณเลือก AI ที่เหมาะสมที่สุด
กับลักษณะงานวิจัยของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงบจำกัดหรือต้องการคุณภาพสูงสุด

📖 งานสืบค้นวรรณกรรม (Literature Review)

ต้องการ AI ที่ค้นข้อมูลเก่ง มี Deep Research mode ระบุ citation ได้ มี context ใหญ่สำหรับอ่าน paper หลายเรื่อง

🥇
Gemini 3 Pro
Google DeepMind
Deep Research เชื่อม Google Scholar โดยตรง export เข้า Google Docs ได้ context 1M+ tokens
Freemium
🥈
ChatGPT (Deep Research)
OpenAI
สร้างรายงาน 20-30 หน้าพร้อม citation จากหลายร้อยแหล่ง
$20/เดือน
🥉
Perplexity AI
Perplexity
ทุกประโยคมี citation มี Academic mode สำหรับ peer-reviewed sources
Freemium
💡 แนะนำ: เริ่มจาก Gemini ฟรี → ถ้าไม่พอ ลอง ChatGPT Plus → ใช้ Perplexity เสริมเรื่อง citation

✍️ งานเขียนงานวิจัย (Research Writing)

ต้องการ AI ที่เขียนงานยาวต่อเนื่อง เข้าใจโครงสร้างวิชาการ maintain consistency ภาษาวิชาการดี

🥇
Claude Sonnet 4.5
Anthropic
เขียนงานยาวต่อเนื่องดีที่สุด เข้าใจโครงสร้างวิจัย ปลอดภัย ไม่แต่งข้อมูล
ฟรี / $20
🥈
ChatGPT (GPT-5.2)
OpenAI
Output 128K ยาวสุด มี ChatGPT for Healthcare สำหรับวิจัยการแพทย์โดยเฉพาะ
$20/เดือน
🥉
Gemini 3 Pro
Google DeepMind
เชื่อม Google Docs เขียนงานแล้วแก้ต่อใน Docs ได้ทันที
Freemium

📊 งานวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)

ต้องการ AI ที่ช่วยเลือกสถิติ อัปโหลด Excel ได้ สร้างกราฟ เขียนคำสั่ง SPSS/R/Python

🥇
ChatGPT Plus (GPT-5.2)
OpenAI
อัปโหลดไฟล์ Excel/CSV ได้ รัน Python วิเคราะห์ข้อมูลจริง สร้างกราฟให้เลย
$20/เดือน
🥈
Claude Sonnet 4.5
Anthropic
เขียน Python/SPSS syntax ได้ดี สร้างกราฟ interactive อธิบายสถิติเข้าใจง่าย
ฟรี / $20
🥉
DeepSeek R1
DeepSeek
ฟรี 100% reasoning สำหรับสถิติดีมาก เหมาะนักวิจัยที่งบจำกัด
ฟรี 100%

🎯 สรุป: เลือก AI ง่ายๆ ตามสถานการณ์

สถานการณ์ของคุณAI ที่แนะนำเหตุผล
🆓 ไม่อยากเสียเงินเลยDeepSeek R1ฟรี 100% ฉลาดมาก
📎 ใช้ Google Docs อยู่แล้วGeminiเชื่อมต่อ Google ทั้งหมด
✍️ เน้นเขียนงานวิจัยยาวๆClaudeเขียนยาวต่อเนื่องดีสุด
📊 ต้องวิเคราะห์ข้อมูล ExcelChatGPT Plusอัปโหลดไฟล์วิเคราะห์ได้
🔍 ต้องการ citation ทุกประโยคPerplexityอ้างอิงทุกคำตอบ
🏆 ต้องการดีที่สุดรอบด้านChatGPT + Claudeใช้คู่กัน ($40/เดือน)
บทที่ 04 · Hands-on

🚀 ใช้ AI ทำวิจัยจริง — Step by Step

บทนี้จะพาลงมือปฏิบัติจริงทีละขั้นตอน พร้อม ตัวอย่าง prompt และ ตัวอย่างผลลัพธ์จาก AI ที่ใช้ได้ทันที — คลิก "ดูตัวอย่างผลลัพธ์" เพื่อดูว่า AI จะตอบกลับมาอย่างไร

เคล็ดลับการเขียน Prompt ที่มีประสิทธิภาพ

การเขียน prompt ที่ดีเปรียบเหมือน "สั่งงานผู้ช่วยวิจัย" — ยิ่งบอกชัดเจน ละเอียด ก็ยิ่งได้ผลลัพธ์ตรงใจ

📐 หลัก 5 ข้อ ของ Prompt ที่ดี

หลักการอธิบายตัวอย่าง
🎯 บอกบทบาทบอก AI ว่าให้ทำหน้าที่เป็นอะไร"คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติวิจัยทางการพยาบาล"
📋 บอกงานระบุชัดเจนว่าต้องการอะไร"ช่วยสร้างแบบสอบถามเรื่อง..."
📖 บอกบริบทให้ข้อมูลเบื้องหลังที่จำเป็น"ฉันเป็นพยาบาลวิชาชีพ หอผู้ป่วย ICU"
📏 บอกรูปแบบกำหนดว่าต้องการคำตอบแบบไหน"สรุปเป็นตาราง 3 คอลัมน์"
⚠️ บอกข้อจำกัดระบุสิ่งที่ต้องการ/ไม่ต้องการ"ใช้งานวิจัยตั้งแต่ปี 2020 ขึ้นไป"

✏️ เครื่องหมายที่ช่วยให้ Prompt มีประสิทธิภาพ

เครื่องหมายวรรคตอนไม่ใช่แค่ไวยากรณ์ แต่เป็น "เครื่องมือจัดโครงสร้างคำสั่ง" ที่ช่วยให้ AI แยกแยะส่วนต่างๆ ได้ชัดเจนขึ้น:

:
Colon (โคลอน)
สื่อว่า: "ต่อไปนี้คือ..."
ใช้: นำเข้าสู่รายละเอียดหลังหัวข้อ
เช่น: "วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผล..."
;
Semicolon (เซมิโคลอน)
สื่อว่า: "แยกเงื่อนไข/ประเด็น"
ใช้: แยกเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกัน
เช่น: "อายุ 60+; เบาหวาน; นอน รพ."
,
Comma (จุลภาค)
สื่อว่า: "รายการในกลุ่มเดียวกัน"
ใช้: ระบุหลายรายการต่อเนื่อง
เช่น: "เพศ, อายุ, การศึกษา, รายได้"
Dash (ขีดยาว)
สื่อว่า: "หัวข้อย่อย/รายการ"
ใช้: เริ่มต้นแต่ละข้อในรายการ
เช่น: " ส่วนที่ 1: ข้อมูลทั่วไป"
" "
Quotes (อัญประกาศ)
สื่อว่า: "คำนี้คือคำสำคัญ"
ใช้: เน้นคำ/วลีเฉพาะ
เช่น: "เรื่อง "แผลกดทับ""
1. 2.
ลำดับเลข
สื่อว่า: "ทำตามลำดับนี้"
ใช้: กำหนดขั้นตอนที่ชัดเจน
เช่น: "1. สรุปบริบท 2. วิเคราะห์"

🔄 เปรียบเทียบ: Prompt ธรรมดา vs Prompt ที่ดี

❌ PROMPT ที่ไม่ดี ช่วยหางานวิจัยเกี่ยวกับเบาหวานให้หน่อย
✅ PROMPT ที่ดี คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลเบาหวาน;
ช่วยสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับ "การดูแลแผลเบาหวานที่เท้า"
ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2021; เฉพาะ peer-reviewed journals; จำนวน 5 เรื่อง

สรุปแต่ละเรื่องในรูปแบบ:
ชื่อเรื่อง, ผู้แต่ง, ปี, วารสาร
วัตถุประสงค์
ผลลัพธ์สำคัญ
🎯 สังเกต: Prompt ที่ดีใช้ " " ครอบหัวข้อ, ใช้ ; แยกเงื่อนไข, ใช้ : นำรายละเอียด, ใช้ เริ่มแต่ละข้อ, ใช้ , แยกรายการ → AI เข้าใจโครงสร้างคำสั่งได้ชัดเจนกว่ามาก

📖 ขั้นที่ 1: สืบค้นวรรณกรรม

ให้ AI ค้นหางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง สรุปเนื้อหา จัดเรียงตามหัวข้อ

🔹 ตัวอย่าง Prompt:

ช่วยสืบค้นงานวิจัยเกี่ยวกับ "การป้องกันแผลกดทับในผู้ป่วยวิกฤต"
ที่ตีพิมพ์ในช่วง 5 ปีล่าสุด (2021-2026); จำนวน 10 เรื่อง

สรุปแต่ละเรื่องในรูปแบบ:
ชื่อเรื่อง, ผู้แต่ง, ปี, วารสาร
วัตถุประสงค์
วิธีการวิจัย + กลุ่มตัวอย่าง
ผลลัพธ์สำคัญ
ข้อเสนอแนะ
💡 เคล็ดลับ: ใช้ Deep Research mode จะได้รายงาน 10-30 หน้า พร้อม citation อัตโนมัติ
⚠️ สำคัญ: ตรวจสอบชื่อ paper ทุกเรื่องใน Google Scholar ว่ามีจริง!

💡 ขั้นที่ 2: พัฒนาหัวข้อและกรอบแนวคิด

ให้ AI ช่วยพัฒนา research question, กรอบแนวคิด, ตัวแปร

🔹 ตัวอย่าง Prompt:

คุณเป็นที่ปรึกษาวิจัยทางการพยาบาล;
ฉันเป็น พยาบาลวิชาชีพ ทำงานใน หอผู้ป่วยอายุรกรรม
สนใจทำวิจัยเรื่อง "การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่มีแผลเรื้อรัง"

ช่วย:
1. แนะนำหัวข้อวิจัยที่เป็นไปได้ 5 หัวข้อ
2. แต่ละหัวข้อระบุ Research Question
3. แนะนำรูปแบบการวิจัยที่เหมาะสม
4. ระบุตัวแปรต้น, ตัวแปรตาม, ตัวแปรควบคุม
💡 เคล็ดลับ: หลังได้หัวข้อ ให้พิมพ์ต่อว่า "ช่วยขยายรายละเอียดหัวข้อที่ 1" หรือ "แนะนำกรอบแนวคิด" เพื่อเจาะลึกต่อ

📋 ขั้นที่ 3: สร้างเครื่องมือวิจัย

ให้ AI ร่างแบบสอบถาม แบบประเมิน หรือแบบสัมภาษณ์

🔹 ตัวอย่าง Prompt:

ช่วยสร้างแบบสอบถาม สำหรับวิจัยเรื่อง
"ความรู้และพฤติกรรมการดูแลแผลเบาหวานของผู้ป่วย"

แบ่งเป็น:
ส่วนที่ 1: ข้อมูลทั่วไป (เพศ, อายุ, การศึกษา, ระยะเวลาป่วย)
ส่วนที่ 2: ความรู้ (15 ข้อ; ถูก/ผิด/ไม่แน่ใจ)
ส่วนที่ 3: พฤติกรรม (10 ข้อ; Likert 5 ระดับ)

อิงตามทฤษฎี Orem; ระบุเกณฑ์การให้คะแนน

📊 ขั้นที่ 4: วิเคราะห์ข้อมูล

ให้ AI ช่วยเลือกสถิติ เขียนคำสั่ง SPSS/R อธิบายผลลัพธ์

🔹 ตัวอย่าง Prompt:

งานวิจัยของฉัน: Quasi-experimental; 2 กลุ่ม
(กลุ่มทดลอง vs กลุ่มควบคุม); วัดก่อนและหลัง

ตัวแปรที่วัด:
คะแนนความรู้ (0-30, continuous)
ระดับความพึงพอใจ (Likert 5 ระดับ, ordinal)
จำนวนวันหายของแผล (วัน, continuous)

ช่วย:
1. แนะนำสถิติที่เหมาะสม พร้อมเหตุผล
2. เขียนคำสั่ง SPSS
3. วิธีรายงานผลเป็นตาราง
💡 เคล็ดลับ: ถ้าใช้ ChatGPT Plus สามารถ อัปโหลดไฟล์ Excel แล้ว AI จะรัน Python วิเคราะห์ข้อมูลจริงพร้อมกราฟ!

✍️ ขั้นที่ 5: เขียนรายงานวิจัย

ให้ AI ร่างแต่ละบทของรายงาน แล้วคุณปรับแก้ให้สมบูรณ์

🔹 ตัวอย่าง Prompt:

ช่วยเขียน บทนำ (Introduction) สำหรับงานวิจัยเรื่อง
"ผลของโปรแกรมส่งเสริมการดูแลตนเอง ต่อพฤติกรรมการดูแลแผลเบาหวาน"

เนื้อหาต้องครอบคลุม:
1. ความสำคัญของปัญหา (สถิติเบาหวานในไทย)
2. สถานการณ์ปัจจุบัน
3. ช่องว่างของความรู้ (Research Gap)
4. ความจำเป็นของงานวิจัยนี้
5. วัตถุประสงค์และสมมติฐาน

เขียนเป็นภาษาวิชาการ; ยาว 2-3 หน้า A4
⚠️ จำไว้เสมอ: AI สร้าง "ร่างแรก" เท่านั้น — คุณต้องแก้ไขถ้อยคำ เพิ่มข้อมูลจริง ตรวจตัวเลขทุกตัว!

🗺️ สรุป: 6 ขั้นตอนใช้ AI ทำวิจัยอย่างมีจริยธรรม

1

📖 สืบค้นวรรณกรรม

ใช้ AI + Deep Research → ตรวจสอบ ใน Google Scholar

2

💡 พัฒนาหัวข้อ

ให้ AI แนะนำ → คุณเลือกและปรับ

3

📋 สร้างเครื่องมือ

ให้ AI ร่าง → คุณตรวจ content validity

4

📊 วิเคราะห์ข้อมูล

ให้ AI แนะนำสถิติ → คุณตรวจผลลัพธ์

5

✍️ เขียนรายงาน

ให้ AI ร่าง → คุณแก้ไข ตรวจตัวเลข

⚖️ เปิดเผยการใช้ AI

ระบุในงานวิจัย ว่าใช้ AI ตัวไหน ส่วนใด

⚖️ จริยธรรมการใช้ AI ในงานวิจัย

1. ความโปร่งใส: ระบุว่าใช้ AI ตัวไหน ช่วยส่วนใด
2. ความเป็นส่วนตัว: ห้ามใส่ข้อมูลผู้ป่วยลงใน AI สาธารณะ
3. ความรับผิดชอบ: นักวิจัยรับผิดชอบทุกเนื้อหา
4. ความถูกต้อง: ตรวจสอบทุกข้อมูลจาก AI
5. ความเป็นต้นฉบับ: ใช้ AI เป็น "ผู้ช่วย" ไม่ใช่ให้เขียนแทน

🌟 เคล็ดลับทอง 5 ข้อ

1. Prompt ที่ดี = คำตอบที่ดี — ยิ่งบอกชัด ยิ่งตรงใจ
2. ใช้หลาย AI เปรียบเทียบ — ลอง 2-3 ค่าย เลือกที่ดีที่สุด
3. ตรวจสอบเสมอ — อย่าเชื่อ AI 100%
4. AI เป็น "ผู้ช่วย" — ไม่ใช่ "ผู้ทำแทน"
5. เปิดใจเรียนรู้ — AI พัฒนาเร็ว สิ่งที่เรียนวันนี้เป็นพื้นฐานอนาคต